แนะนำกรรมวิธีการเพาะเห็ดลม

แนะนำกรรมวิธีการเพาะเห็ดลม

สำหรับวันนี้ทีมปลูก ผักสวนครัวรั้วกินได้แบบเกษตรอินทรีย์ ก็จะมาว่ากันด้วยเรื่องการเพาะเห็ด และเคยนำเสนอไปแล้วเกี่ยวกับเห็ดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเห็ดเห็ดฟาง เห็ดตับเต่า และอื่นๆ ซึ่งสามารถทำรายได้แก่เกษตรกรให้สามารถอยู่รอดได้ในหลายครอบครัวมาแล้ว สำหรับวันนี้ก็อยากจะนำเสนอเรื่องของการเพาะเห็ดลม ใครสนใจเรื่องเห็ดๆ ก็เข้ามาอ่านกันได้เลย

ทำความรู้จักกับ เห็ดลม

เห็ดลม หรือรู้จักกันในชื่ออื่นว่า เห็ดกระด้างดำ หรือเห็ดกระด้าง เห็ดบด เห็ดชนิดนี้จัดอยู่ในสกุล Lentinus เป็นเห็ดขอนชนิดหนึ่งที่สามารถรับประทานได้ เห็ดลมมีจำหน่ายมากในปลายฤดูฝน และต้นฤดูหนาว มีมากในแถบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยผู้ขายจะเก็บเห็ดมาจากขอนไม้ในป่าเพื่อนำมาจำหน่ายตามข้างทาง เห็ดลมจัดว่าเป็นเห็ดที่มีเนื้อแห้งและเหนียวคล้ายหนัง ชาวบ้านจะเก็บเห็ดชนิดนี้ร้อยเป็นพวงมาลับ หรือขายปนกับผักที่ใช้ประกอบแกงแคที่มีชื่อทางภาคเหนือ

เห็ดกระด้างหรือเห็ดลม เป็นชื่อที่เรียกกันทางภาคเหนือ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่า เห็ดบด เห็ดขอนดำ หรือ เห็ดกระด้าง ในธรรมชาติมักพบขึ้นกับไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้เต็ง รัง เหียง ตะเคียน และไม้กระบาก เป็นต้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lentinus polychrous Lev.

โดยปกติแล้ว เทคนิคการเพาะเห็ดลมที่ได้ผลจริงนั้น มียืนยันว่าทำได้ใน 4 ขั้นตอนหลัก โดยข้อมูลยืนยันจากกองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร ซึ่งได้ประสบความสำเร็จในการศึกษาถึงวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดลมนี้เมื่อปี 2530 และสามารถทำให้เห็ดลมอยู่ได้ในระดับที่เป็นการค้าได้ โดยขั้นตอนและวิธีการเพาะเห็ดลมนั้น ก็จะคล้ายๆ กับการเพาะเห็ดในถุงพลาสติกทั่วไปที่มีการเพาะเลี้ยงเห็ดสกุลนางรมโดยประกอบด้วยขั้นตอนการเพาะเห็ดลม 4 ขั้นตอน คือ การผลิตหัวเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ การทำหัวเชื้อเห็ด การเพาะเห็ด (ก้อนเชื้อ/เพาะในท่อนไม้) และการเปิดดอกและการเก็บเกี่ยว

แนะนำกรรมวิธีการเพาะเห็ดลม

วิธีในการเพาะเห็ดลม ด้วยสูตรสำเร็จที่ทำได้จริง

ผสมสูตรสำหรับการเพาะเห็ดลม และวัสดุเพาะของเฉพาะสูตรเพาะเห็ดที่ต้องการ ผสมเข้าด้วยกัน โดยนำน้ำตาลละลายในน้ำจากนั้นนำไปรดบนขี้เลื่อย ซึ่งผสมกับรำไว้เรียบร้อยแล้ว ผสมจนเข้ากันดี จึงนำไปบรรจุในถุงพลาสติกทนร้อน กดให้แน่น หลังจากนั้นให้รวบปากถุง รวบคอขวด จีบและพับปากถุง ดึงให้ตึงรัดด้วยยางวง แล้วอุดด้วยฝ้ายหรือสำลี และนำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือฝาครอบพลาสติกมาปิดไว้ ป้องกันไม่ให้สำลีเปียก ขณะทำการนึ่งวัสดุเพาะ

เสร็จแล้วนำไปเรียงในหม้อนึ่งลูกทุ่ง เต็มแล้วจึงปิดฝา แล้วนึ่งโดยไม่ใช้ความดันเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง โดยใช้ไฟสม่ำเสมอสังเกตุให้ไอน้ำพุ่งตรงตลอดเวลา ต้องพยายามเติมเชื้อเพลิงให้สม่ำ เสมอด้วย เมื่อได้เวลาแล้ว นำมาทิ้งไว้ให้เย็นในที่สะอาด และ อากาศโปร่ง แล้วนำเชื้อ ขยายมาถ่ายลงถุงเพาะ พยายามใส่เชื้อขยายภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากถุงเพาะเย็นแล้ว มิฉะนั้นเส้นใยจะเดินไม่ตรง เนื่องจากจะมีเชื้อปนเปื้อนเข้ามาแทรกได้

การพักบ่มเส้นใยเห็ดลม

เส้นใยที่เจริญในถุงวัสดุเพาะเห็ด 1 กิโลกรัม จะใช้เวลา 30-35 วัน จึงจะเติม ถุงเพาะเพื่อเส้นใยเดินเต็มถุงต้องพักบ่มเส้นใยต่อไป จนเส้นใยเริ่มสร้างสีน้ำตาล โดย เฉลี่ยจะใช้เวลา 80-90 วัน จึงนำไปเปิดดอก โรงพักบ่มเส้นใยควรเป็นโรงเรือนที่ร่ม โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 28-35 องศาเซลเซียส

แนะนำกรรมวิธีการเพาะเห็ดลม

โรงเรือนเปิดดอก

คล้ายโรงเรือนของเห็ดขอนขาว สามารถมุงด้วยพลาสติกและพรางแสงด้วยซาแลน ไม่จำเป็นต้องใช้แฝกหรือจาก เพราะเป็นเห็ดที่ชอบอุณหภูมิสูง โดยให้มีความชื้น 70-80 % ในการเปิดดอกเห็ดลม เห็ดจะออกดอกได้ดี เมื่ออากาศแปรปรวนหรืออุณหภูมิกลางวัน ต่อกลางคนต่างกันมาก

มีเกษตรกรที่ชำนาญการเพาะเห็ดลมในภาคอีสาน นิยมกระตุ้นให้เห็ดออกดอกสม่ำเสมอโดยปิดโรงเรือนให้ร้อนในช่วงเที่ยงถึงบ่าย 3 โมงเย็น โดย อุณหภูมิในโรงเรือนอยู่ระหว่าง 35-37 องศาเซลเซียส แต่ไม่ควรเกิน 40 องศาเซลเซียส เพราะเส้นใยอาจตายได้ หากอุณหภูมิขึ้นสูงมาก ก็จะระบายความร้อนโดยการรดน้ำด้วย สปริงเกอร์ ส่วนในเวลากลางคนจะเปิดโรงเปิดดอก ให้ได้รับความเย็นและอากาศ ถ่ายเทได้เต็มที่ จะช่วยให้ผลผลิตออกสม่ำเสมอได้ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผู้สนใจเห็ดลม ควรฝึกปฏิบัติและสังเกตเทคนิคให้ดี จึงจะประสบผลสำเร็จในการเพาะ

แนะนำกรรมวิธีการเพาะเห็ดลม

นอกจากนี้เกษตรกรบางราย อาจใช้วิธีรดน้ำที่ก้อนเพาะให้ชุ่ม แล้วนำผ้าพลาสติกมาคลุมกองไว้ 2-3 วัน เมื่อเริ่มเห็นตุ่มดอกจึงลดอุณหภูมิในโรงเรือนและระบายอากาศให้ดอกเห็ดเจริญ ต่อไป การให้ผลผลิตของเห็ดกระด้างแต่ละครั้งจะทิ้งช่วงห่างกัน 15-20 วันในแต่ละรุ่น

การเก็บผลผลิตเห็ดลม

การเก็บดอกเห็ด เก็บในระยะที่ดอกเห็ดมีอายุ 2-3 วัน หรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหมวกเห็ดไม่เกิน 6 เซนติเมตร เป็นขนาดที่มีราคาดีที่สุด ทั้งการบริโภคสดหรือทำแห้งผลผลิตเฉลี่ยของเห็ดกระด้างประมาณ 100-250 กรัมต่อถุง เก็บได้ในระยะเวลา 100-120 วัน การตลาด ราคาของเห็ดมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 6 เซนติเมตร จำหน่ายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 80-100 บาท สามารถจำหน่ายในรูปของดอกเห็ดสดและเห็ดแห้ง

อ้างอิงจาก เทคนิคการเพาะเห็ดลมแบบพอเพียง