ปลูกอะโวคาโด เพาะเมล็ดหรือว่าซื้อต้นกล้าดีกว่า

ช่วงนี้เทรนสุขภาพกำลังมาแรง แถมมีหยุดอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไร ลองมาปลูกอะโวคาโดกันดีกว่า จากแหล่งข้อมูลบอกว่า ปลูกไป 3 ปี ก็ให้ผลและเก็บเกี่ยวได้ แถมจะให้ผลผลิตมากขึ้นเมื่ออะโวคาโดมีอายุ 5-6 ปี แต่ที่บ้านปลูกมา 7 ปีแล้วไม่ติดผลเลยต้องทำอย่างไรให้อะโวคาโดมีลูก หลายคำถามพวกนี้ มีคำตอบ

เริ่มแรกทดลองปลูกอะโวคาโดในวงบ่อ หรือปลูกในกระถางก่อน จากเมล็ดที่เพาะเองกับมือ คือซื้ออะโวคาโดมากินแล้วมีเมล็ด เอาไปพอกขุยมะพร้าว แล้วฝังไว้ในกระถาง รดน้ำวันเว้นวัน ประมาณเกือบเดือนก็จะเห็นอะโวคาโดแทงยอดอ่อนออกมาให้ได้ชมกันแล้ว สำหรับการเพาะเมล็ดอะโวคาโดนี้ เป็นเทคนิคง่ายๆ ใครก็ทำได้ ลองดูเลย

ถ้าใครอยากจะซื้อต้นกล้า ต้นขนาด 1 เมตรราคาอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท แพงมาก นี่ถ้าเอาเมล็ดมาเพาะให้งอกแล้วเอาไปขาย รับรองได้ว่ารวย แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่รวยอย่างที่คิด เพราะขายไม่ได้ คนที่จะเอาต้นกล้าไปปลูกไม่รู้เค้าเอาพันธุ์จากไหน ที่แน่ๆ ไม่ใช่การซื้อจากต้นที่เพาะเมล็ดแน่ๆ เพราะอะโวคาโดที่เพาะจากเมล็ดมันจะกลายพันธุ์ได้ง่ายมาก คนปลูกเป็นการค้าจึงไม่นิยมซื้อต้นพันธุ์จากการเพาะเมล็ดไปปลูก (ถ้าเค้าจะเอาเค้าเพาะเองปลูกเองไม่ดีกว่าเหรอ)

อีกอย่าง การปลูกอะโวคาโดด้วยเมล็ดนั้น มีจุดประสงค์เดียวคือ ต้องการต้นที่มีรากแก้ว หรือใช้ต้นพันธุ์เป็นตัวช่วยเพิ่มรากให้กับต้นอะโวคาโดต้นหลัก เพื่อเร่งการหาอาหาร อีกข้อหนึ่งคือ ใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเมล็ดเป็นต้นตอสำหรับการทาบกิ่งพันธุ์ดีมากกว่าจะมีจุดประสงค์อื่น เพื่อเลี่ยงการกลายพันธุ์

อะโวคาโด สายพันธุ์ไหนที่นิยมปลูก

ซึ่ง สายพันธุ์อะโวคาโดที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทย ในตอนนี้มี 4 สายพันธุ์ คือ

  • พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson) ลักษณะผลค่อนข้างกลม มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลืองอมเขียว รสดีเมล็ดใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น เป็นพันธุ์เบา เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่นิยมที่สุดและมีคุณสมบัติที่ดี
  • พันธุ์บูธ 7 (Booth-7) เป็นลูกผสมระหว่างเผ่ากัวเตมาลัน และเวสต์อินเดียนผลลักษณะค่อนข้างกลม ขนาดกลาง น้ำหนัก 300-500 กรัม ผิวผลขรุขระเล็กน้อยสีเขียว เปลือกหนา เนื้อสีเหลืองอ่อน รสดี เมล็ดขนาดกลาง มีไขมัน 7-14เปอร์เซ็นต์ ช่วงเก็บเกี่ยวผลประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม
  • พันธุ์บูธ 8 (Booth-8) ลักษณะผลรูปไข่ ขนาดเล็กถึงกลาง น้ำหนักประมาณ 270-400 กรัม ผิวผลขรุขระเล็กน้อย สีเขียว เปลือกหนา เนื้อสีครีมอ่อนรสชาติพอใช้ มีไขมัน 6-12 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดมีขนาดกลางถึงใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น ฤดูเก็บเกี่ยวประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม
  • พันธุ์แฮสส์ (Hass) เป็นพันธุ์การค้าอันดับ 1 ของโลก เป็นพันธุ์เผ่ากัวเตมาลัน ลักษณะผลรูปไข่ ผิวผลขรุขระมาก ผิวสีเขียว เมื่อสุกอาจเป็นสีเขียวเข้มหรือม่วงเข้ม ผลมีขนาดเล็ก น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลือง มีไขมันประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดมีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนพฤศจิกายนแต่พันธุ์แฮสส์ มีปัญหาหากความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เพียงพอจะทำให้ผลผลิตไม่ค่อยดี

ส่วนสายพันธุ์อื่นๆ ก็แตกแยกย่อยออกไปตามการกลายพันธุ์จากต้นตอในกรณีเพาะเมล็ดแล้วมีผลผลิต ซึ่งก็นานมาก

ปลูกอะโวคาโดอย่างไรให้ออกลูกเร็ว

ถ้าต้นบ้านใครยังไม่มีผล หรือออกลูกเลย ปลูกมา 5-6 ปี ซึ่งปกติแล้วจะต้องให้ผลผลิตบ้างแล้วไม่ว่าจะปลูกแบบไหน ใช้วิธีนี้เลยคือ นำกิ่งสายพันธุ์ดีลูกดก (ดูข้อมูลจากด้านบน) มาทำการทาบกิ่งให้ต้นพันธุ์ที่บ้านเรา ทาบไปหลายๆ กิ่ง ไม่เกิน 1 ปี จะได้ผลผลิตเต็มต้น แต่ขึ้นอยู่กับกิ่งพันธุ์ดีด้วย ถ้าไม่มีลูกจริงๆ ให้ใช้วิธีการเพิ่มรากให้ต้นอะโวคาโด ช่วยให้หาอาหารได้มากขึ้น โดยการนำต้นที่มีรากมาทาบตรงบริเวณโคนต้นอะโวคาโด ทาบได้ประมาณ 3-4 ต้น ให้แต่ละต้นเชื่อมต้นติดกับต้นอะโวคาโดหลัก

เพียงเท่านี้ก็จะได้ต้นที่มีรากมากขึ้น หาอาหารเก่ง และตรงกิ่งก็มีสายพันธุ์ดีที่พร้อมจะออกลูกเต็มต้น รับรองไม่มีพลาดแน่นอน

ข้อสังเกตุเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกต้นอะโวคาโดแล้วไม่ได้ผลที่ดี

  1. เป็นพืชที่ชอบน้ำ แต่ไม่ทนน้ำท่วม
  2. ปลูกด้วยเมล็ด จะกลายพันธุ์สูง
  3. ปลูกด้วยเมล็ด จะให้ผลผลิตยาวนาน แต่กว่าจะให้ผลก็นานเหมือนกัน

อ้างอิงที่มาเรื่อง : สายพันธุ์อะโวคาโดที่นิยมปลูกในประเทศไทย