การปลูกข่า แบบพอเพียง

การปลูกข่าแบบพอเพียง

การปลูกข่า สามารถปลูกแบบพอเพียง หรือปลูกสร้างรายได้ยั่งยืน ทำได้ง่าย เพราะ ข่า มีมูลค่าในเชิงการค้ามาก แถมเป็นประโยชน์โดยตรง และขายได้ทั้ง ข่าอ่อน ข่าแก่

ตลาดข่า ไม่ซบเซา และมีรองรับต่อเนื่อง สิ่งสำคัญ คือการเตรียมพื้นที่ปลูก หากหวังเพื่อผลผลิตก็ไม่ยาก ยิ่งลดต้นทุนการปลูกยิ่งดีใหญ่ เพราะ ข่า เป็น พืชทนแล้ง และเป็น พืชทนน้ำท่วม ได้ดีอีกด้วย

ประโยชน์ทางอ้อมของข่า ก็มีมากมาย โดยเฉพาะ การปลูกเพื่อใช้ป้องกันแมลง ทำได้ หากปลูกแซมหรือปลูกดักในทิศทางที่ แมลง จะมาก่อกวนเอาไว้ จะช่วยลดการเข้าทำลายของแมลง ในพืชผลอื่น ๆ ได้ดีมาก เหตุเพราะ แมลงส่วนใหญ่จะไม่ถูกกับพืชที่มีกลิ่นฉุนทั้งหลาย เช่น ข่า ขิง ตะไคร้ และพืชอีกหลายชนิด

การปลูกข่า ให้ได้ผลผลิตที่ดี ในพื้นที่ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่แห้งแล้ง ในช่วงฤดูร้อน สำหรับประเทศไทย จะแล้งมากทุกปีอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็สามารถปลูกข่าให้ได้ผลด้วยเช่นกัน เนื่องจากพืชชนิดนี้ ไม่ต้องการน้ำมาก แต่หากน้ำท่วม ก็ไม่ตาย แถมยิ่งงอกงามขยายหน่อได้มากมายอีก

การปลูกข่าแบบพอเพียง

การปลูกข่า ขั้นตอนที่ได้ผลดีสุด

การเตรียมดิน สำหรับปลูกข่า ข่าเป็นพืชที่ชอบชื้น ดินร่วนซุย แต่ไม่ชอบแฉะและน้ำขัง หากพื้นที่ไหนมีน้ำขังก็คงเป็นเรื่องยากสักหน่อยสำหรับ การปลูกข่า หรืออาจะแก้ไขด้วยการไถเปิดหน้าดินแล้วก่อนขึ้นเป็นคัน

แต่หากเป็นพื้นที่ราบปกติแล้วก็สามารถไถเปิดหน้าดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร แล้วคลุกกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน

หรือหากเป็น การปลูกข่าเพื่อใช้รับประทาน ในครัวเรือนก็สามารถใช้จอบขุดขึ้นแปลงเล็กๆ หรือขุดหลุมแล้วคลุกดินด้วยปุ๋ยคอกเก่าหรือปุ๋ยหมักได้ไม่ยุ่งยาก

การเตรียมต้นพันธุ์ข่า สำหรับปลูก ข่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย แต่หากท่านใดมีโอกาสก็อยากจะแนะนำ ต้นพันธุ์ที่มาจากต้นแม่ ที่มีอายุได้ 8 – 9 เดือน เพราะมีตามาก และรากงอกใหม่ได้ง่าย เพียงแค่แยกแง่ง ตัดใบ ตัดรากออกให้หมด แล้วล้างให้สะอาดก็เป็นอันใช้ได้

แต่หากท่านไหน ไม่สามารถหา ต้นพันธุ์ข่า ได้นั้น ก็สามารถหาซื้อเอาตาม ตลาดนัดทั่วไปก็ได้ โดยคัดเลือก หัว หรือ แง่ง ที่มี ตาตามข้อ ตัดแต่งส่วนที่เน่าหรือช้ำออก เพราะอาจทำให้แผลนั้น ลุกลามและทำลายหัวที่จะปลูกในภายหลังได้

เมื่อคัดเลือกทำความสะอาดเสร็จแล้ว ก็นำไป แช่ในน้ำยากันเชื้อรา หลังจากนั้น ก็นำไป เพาะชำ ในแกลบดำ หรือ วัสดุปลูกชนิดอ่อน เช่น แกลบ หรือ ขุยมะพร้าว แล้วรดน้ำให้ชุ่ม เป็นเวลา 10 – 15 วัน เพื่อรอให้ รากงอก และแทงยอดออกมาใหม่

การปลูกข่าแบบพอเพียง

การดูแลรักษาข่า หลังการปลูก

ถึงแม้ว่าข่า จะเป็นพืช ที่ไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากนัก (ทนแล้ง ทนน้ำท่วม) โตได้ตามมีตามเกิด แต่หากต้องการ ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ก็เห็นทีจะต้อง บำรุงให้งาม เพื่อให้ขายได้ราคา

ท่านอื่น ไม่แน่ใจว่าจะใช้อะไร แต่สำหรับผู้เขียน นิยมใช้ ปุ๋ยหมักทำเอง ที่ได้จากการ หมักผักตบชวา กับมูลไก่ และแกลบ โดยใส่บริเวณโคนต้น จำนวน 0.5 กิโลกรัมต่อต้น ใส่เดือนละครั้ง  เพราะความขี้เกียจ

หากเป็น ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ก็คงจะใส่น้อยกว่านี้ ตามอัตราส่วน ในเรื่องของการให้น้ำ หรือการรดน้ำนั้น หากเพื่อน ๆ มีฟางหรือวัสดุคลุมดินไว้ ก็จะช่วยรักษาความชื้นในดินได้ดี ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย

โดยอาจจะรดน้ำแค่อาทิตย์ละครั้ง แต่หากไม่มีวัสดุคลุมดิน ก็ควรดูจากระดับความชื้นในดิน  และสำหรับไร่ผู้เขียนเอง ก็เพิ่มเติมด้วยการรด น้ำหมักชีวภาพ ทุกอาทิตย์เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ในดินไปในตัว

ประโยชน์ของข่า

ข่า มีมูลค่าในเชิงการค้า ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรง จากการปลูกข่า ซึ่งข่านั้น ขายได้ทั้ง ข่าอ่อน และข่าแก่ หากมีตลาดข่าอ่อนรองรับ ก็แนะนำให้ เตรียมการปลูก เพื่อผลิตข่าอ่อนได้เลย

เพราะราคาดี และขายง่ายกว่าข่าแก่มาก ส่วนประโยชน์ทางอ้อม สำหรับการปลูกข่า นั้นก็เป็น ระบบการป้องกันแมลง ได้อีกรูปแบบหนึ่ง เพราะหากปลูกแซม หรือ ปลูกข่าดักทิศทางแมลงไว้ ก็จะช่วย ลดการเข้าทำลาย พืชผลอื่น ๆ ของแมลง ได้ด้วยเช่นกัน เพราะแมลงไม่ถูกกับพืชที่มีกลิ่นฉุน

อ้างอิงข้อมูล การปลูกข่า และ ประโยชน์ของข่า